Article

Know-It-All Movie Critics วิเคราะห์คนจากการวิจารณ์หนัง

เคยมั้ย…ที่ต้องเข้าไปสัมภาษณ์งานในห้องสี่เหลี่ยมด้วยใจตุ๊มต่อมพร้อมพอร์ตโฟลิโอ้หนาปึ้ก แล้วยังต้องมายืนยักแย่ยักยันตรงเก้าอี้ เพราะกังวลว่า เอ๊…เราต้องขออนุญาตก่อนนั่งใช่มั้ย หรือต้องลากเก้าอี้ให้เสียงเบาแค่ไหนนะ (แหม่ พอคนเราเกร็ง อะไรก็ดูน่ากังวลไปหมดนั่นแหละ)

ไม่พอ ยังต้องมาเจอพายุคำถามประเภท ‘ทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองเหมาะสมกับงานนี้?’ หรือ ‘คิดว่าทำไมเราถึงต้องรับคุณเข้าทำงาน’ และอีกมากมายที่คล้ายจะต้อนให้เราจนมุม กดดันจนเราดูไม่เป็นธรรมชาติ และไม่สามารถแสดงให้คนสัมภาษณ์เห็นว่า เราเหมาะสมกับงานนั้นจริงๆ ได้ สุดท้าย เราเลยทำได้แค่เดินคอตก กอดพอร์ตโฟลิโอ้ (เปื้อนน้ำตา) ออกไปอย่างหงอยๆ

ไม่ได้จะบอกว่า วิธีการสัมภาษณ์งานแบบนี้มันแย่ ล้าหลัง หรือจะรณรงค์ให้ล้างขนบนี้ซะ แต่คงจะดี ถ้าเรามีวิธีการสัมภาษณ์งานที่หลากหลายหรือเหมาะกับสายอาชีพต่างๆ กว่านี้ หรืออย่างน้อยๆ ก็ให้มันเป็นการสัมภาษณ์งานที่มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายเพื่อทำให้คนสมัครงานเกร็งน้อยลงสักนิดก็ยังดี อย่างที่คำภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Ice Breaking ส่วนภาษาบ้านเราเรียก ละลายพฤติกรรม ซึ่งก็คงไม่ต้องถึงขึ้นลุกขึ้นมาเต้นหรือร้องแจวจ้ำจึกกันหรอกเนอะ (ฮา)

มันมีวิธีที่สะดวกและสนุกกว่านั้นเยอะ นั่นคือ การวิจารณ์หนังผ่านการ์ดเกมสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Know-It-All-Movie Critics
กติกาง่ายๆ ผู้เล่นจะได้สมมติตัวเองเป็นนักวิจารณ์หนัง (โดยไม่จำเป็นต้องเป็นแอดมินเพจใหญ่หรือเป็นเน็ตไอดอลชื่อดัง) แล้วแข่งกันวิพากษ์วิจารณ์หนังหนึ่งเรื่องที่ไม่มีอยู่จริง ใครวิจารณ์ได้สร้างสรรค์ เป็นเหตุเป็นผล หรือน่าสนใจที่สุด คนนั้นก็ชนะไป

อุปกรณ์ประกอบการเล่นก็จะมีแค่การ์ด 2 ชุด กับลูกเต๋า 2 ลูก ผู้เล่นคนที่ 1 (ในตานั้น) จะเปิดการ์ดชุดแรกออกมา 2 ใบ ซึ่งจะมีคีย์เวิร์ดอยู่ใบละ 5 คำ แล้วทอยลูกเต๋าทั้ง 2 ลูกเพื่อสุ่มคีย์เวิร์ด 2 คำจากการ์ด 2 ใบ (ใบละคำ) จากนั้น ก็เริ่มเล่า/วิจารณ์หนังจากคีย์เวิร์ด 2 คำนั้น เช่น ถ้าสุ่มจากใบแรกได้คำว่า ‘Gas’ สุ่มจากใบที่สองได้คำว่า ‘Head’ ผู้เล่นคนแรกก็ต้องปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นจากสองคำนี้ อาจจะมโนว่า เป็นเรื่องของหัวหน้า (Head) ปั๊มแก๊สแห่งหนึ่ง (Gas) ที่ไปหลงรักลูกค้าประจำ แล้วเล่าในแง่มุมของตนเอง จากนั้นผู้เล่นที่เหลือก็ต้องเล่า/วิจารณ์ต่อจากผู้เล่นคนแรก ในแง่มุมของตัวเองเช่นกัน โดยกำหนดเวลาสำหรับการเล่าของผู้เล่นแต่ละคน เช่น คนละ 1 นาที

ส่วนการ์ดอีกชุด มีไว้ช่วยผู้เล่นที่ประสบปัญหา ‘ตัน’ เมื่อพูดไปเรื่อยๆ แล้วไปต่อไม่ได้ หรือชักเริ่มเละเทะ ผู้เล่นก็สามารถเปิดการ์ดชุดนี้จากกองได้ 1 ใบ โดยการ์ดจะมีคำใบ้เพื่อไกด์ผู้เล่นว่า ควรวิจารณ์ในประเด็นอะไร เช่น ลองพูดถึงตัวละครเอกมั้ย หรือลองยกประโยคเด็ดจากหนังในจินตนาการเรื่องนี้มาสักประโยคสิ ซึ่งผู้เล่นก็สามารถเลือกปฏิเสธที่จะเล่าตามไกด์นี้ได้ ถ้าเปิดการ์ดขึ้นมาแล้วคิดว่า ก็ยังไม่ช่วยอะไร พึ่งตัวเองเหมือนเดิมดีกว่า

ความสนุกของเกมอยู่ที่การชิงไหวชิงพริบระหว่างผู้เล่น คนที่ได้เล่นก่อน จะได้เปรียบตรงที่ได้เลือกหยิบแง่มุมมาเล่าก่อน (เช่น ถ้าพูดถึงความรักของพระเอก-นางเอกไปแล้ว คนที่เล่นทีหลัง ก็ต้องพยายามบิดพลิ้วไปพูดเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้เกิดการทับไลน์กัน) ส่วนคนเล่นทีหลังจะได้เปรียบตรงที่ จะมีวัตถุดิบในการเล่ามากกว่า จากสิ่งที่ผู้เล่นคนก่อนหน้าเล่ามา

ทั้งยังอยู่ที่จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ส่วนบุคคลว่าจะปั้นเรื่องราวให้ออกมาเป็นยังไง หรือจะพาหนังเรื่องนี้ไปได้ไกลแค่ไหน (หนังมนต์รักนายปั๊มแก๊สกับลูกค้าสาวอาจจบที่การย้อนเวลาหรือเดินทางข้ามมิติก็ได้ ใครจะรู้) รวมถึงการหยิบยกเอาทฤษฎีและศาสตร์การวิจารณ์ภาพยนตร์มาประกอบ หรือเอาภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ มาเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น และช่วยให้คำวิจารณ์ของตัวเองน่าสนใจและน่าเชื่อถือขึ้น ทำให้ในท้ายที่สุด ก็ใช่ว่าโม้เก่งแล้วจะชนะเกมนี้เสมอไป (จินตนาการกับความรู้สำคัญพอๆ กันนะจ๊ะ)

อีกปัจจัยที่สำคัญสุดๆ คือเรื่องเวลา เพราะเมื่อผู้เล่นต้องงัดเอาความคิดสร้างสรรค์ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเวลาที่แสนกระชั้นชิด มันเลยเป็นการวัดไปเลยว่า คุณแถเก่งแค่ไหน หัวไวแค่ไหน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแค่ไหน

เกม Know-It-All Movie Critics เลยไม่ได้เหมาะสำหรับคนที่ชอบวิจารณ์หนังเท่านั้น อย่างที่เกริ่นมาซะยาวในตอนต้น มันยังเหมาะมาก (ก.ไก่หลายๆ ตัว) ที่จะเป็นเครื่องมือในการละลายพฤติกรรมหรือสัมภาษณ์งานด้วย โดยเฉพาะสายงานครีเอทีฟ โฆษณา นักเขียน พิธีกร หรืออาชีพอื่นๆ ใดๆ ที่ต้องการพื้นที่ทางความคิดให้ความสร้างสรรค์ได้ทำงาน ต้องการสิ่งที่อยู่นอกเหนือตัวอักษรและรูปภาพบนเอกสาร ต้องการความเป็นธรรมชาติและความเป็นตัวของตัวเอง…บางที คนที่เหมาะกับบริษัทคุณ อาจเป็นคนเดียวกับที่สามารถแก้ปัญหาหัวใจของพนักงานปั๊มแก๊สกับลูกค้าประจำได้ก็ได้ ใครจะรู้

โอเค…งั้นเก็บพอร์ตโฟลิโอ้ แล้วมาวิจารณ์หนังกันดีกว่า!

Leave a Comment